ดอกไม้กินได้

  โพสเมื่อ: วันอังคาร 2 เมษายน 2013, หมวดหมู่ ความรู้สปา เข้าดู 1,502 ครั้ง

flower-eating-t

ดอกไม้กินได้
ดอกไม้มีหลากหลายสายพันธุ์ อีกทั้งสีสันสวยงาม นำมาปลูกประดับประดาตามบ้านเรือนเป็น อาหารตา ให้ความงดงามและดูสดชื่นขึ้น แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าดอกไม้ที่มีความงามเหล่านั้น ยังสามารถนำมาทำเป็น อาหารปาก ให้ได้อิ่มท้องและได้ประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย

ดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่เราสามารถนำมาบริโภคได้นั้นสามารถแบ่งตามประเภทของดอกไม้มากถึง 6 ประเภท

1.ดอกของพืชผัก เช่น กะหล่ำดอก กะหล่ำดอกอิตาเลี่ยน (บร็อคโคลี่) ดอกแคบ้าน ดอกกุยช่าย ดอกเก๊กฮวย ดอกผักกวางตุ้ง ดอกฟักทอง ดอกกระถิน ฯลฯ

2.ดอกของไม้ประดับ เช่น ดอกเข็ม ดอกลีลาวดี ดอกกุหลาบ ดอกดาวเรือง ดอกดาวกระจาย ดอกแคฝรั่ง ดอกชบา ดอกซ่อนกลิ่น ดอกเฟื่องฟ้า ฯลฯ

3.ดอกของไม้ผล เช่น ดอกทุเรียน ดอกชมพู่สาแหรก หัวปลี (ดอกกล้วย) ดอกมะละกอ ฯลฯ

4.ดอกของต้นไม้ป่าบางชนิด เช่น ดอกพะยอม ดอกงิ้ว ดอกแคป่า ช่อสะเดา ช่อมะกอก ดอกขี้เหล็ก ดอกกระโดน ดอกลำพู ฯลฯ

5.ดอกของวัชพืชบางชนิด เช่น ดอกกะลา หรือดอกดาหลา ดอกบัวสาย ดอกสลิดหรือดอกขจร ดอกผักปลัง ดอกผักตบชวา ดอกกระเจียว ดอกโสน ฯลฯ

6.ดอกของต้นไม้อื่นๆ เช่น ดอกนุ่น ดอกมะรุม ดอกโศก ฯลฯ

แต่ควรทำความเข้าใจเพิ่มอีกนิด หากคิดจะกินดอกไม้ การจะนำดอกไม้มารับประทานนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก หรือเรื่องแปลกอะไร แต่เราต้องรู้จักวิธีการคัดสรร สังเกต และลงมือปรุงให้ถูกวิธี เพียงเท่านี้เราก็สามารถนำดอกไม้มาบริโภคได้อย่างปลอดภัย

อาจารย์ฤทัย เรืองธรรมสิงห์ อาจารย์ภาควิชาคหกรรมศาสตร์สาขาอาหารและโภชนาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แนะนำวิธีเลือกดอกไม้มาเป็นวัตถุดิบในเมนูอาหารว่า ควรเป็นดอกไม้ที่ไม่มีพิษ เป็นที่รู้จักและแน่ใจว่ารับประทานได้เท่านั้น หลีกเลี่ยงดอกไม้ข้างทางโดยเฉพาะดอกไม้ในเมือง เพราะกักเก็บสารพิษ สารเคมีไว้มาก และเพื่อป้องกันการแพ้เกสรดอกไม้ ก่อนนำมาทำเป็นอาหาร ควรแยกเอาเกสรออกก่อน นำเฉพาะกลีบดอกมาใช้เท่านั้

ดอกไม้ สามารถปรุงเป็นอาหารได้กี่วิธี

1.ปิ้งย่าง…ช่างน่าทาน มักใช้ดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ เพราะต้องใช้เวลานาน ย่างด้วยไฟอ่อนๆ จนข้างในสุก และข้างนอกอ่อนนุ่มหรือแห้งกรอบ เช่น ดอกเพกาสอดไส้ย่าง เมนูดอกเบญจมาศกับปลาย่าง ฯลฯ

2.ทอด..กรอบอร่อย วิธีนี้เหมาะกับดอกไม้หลายชนิดทั้งดอกเล็ก ดอกใหญ่ แต่เมนูเด็ดสำหรับการทอดดอกไม้เช่น มาลีทอดกรอบ ลีลาวดีสอดไส้ ไข่เจียวดอกไม้ หรือจะนำกลีบดอกไม้ต่างๆ มาชุบแป้งทอดก็อร่อยเหมือนกัน

3.รับประทานสด..ง่าย ได้สารอาหารครบถ้วน ทำได้โดยการนำดอกไม้สดล้างให้สะอาด นำมาปรุงเป็นเมนูง่ายๆ เช่น สลัดกลีบดอกไม้ เปาะเปี๊ยะดอกไม้สด บุปผาน้ำปลาหวาน หรือนำมารับประทานเป็นเครื่องเคียงกับอาหารชนิดอื่น เช่น ลาบ ส้มตำ ขนมจีน ฯลฯ

4.ยำดอกไม้สุดเอร็ด นำดอกไม้ลวกสุก หรือดอกไม้สดมาปรุงกับน้ำยำรสเด็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน เช่น ยำบุปผานานาพันธุ์ ยำดอกดาหลา ยำดอกขจร ยำสะเดากับกุ้งย่าง ยำดอกไม้รวมมิตร ฯลฯ

5.พลิกแพลงทำแกงเด็ด ดอกไม้ที่นำมาทำอาหารประเภทแกงนั้น ควรเป็นดอกไม้ที่โดนความร้อนแล้วสีไม่ซีด หรือทำให้รสชาติเปลี่ยน เช่น ดอกกุหลาบ ดอกขิงแดง ดอกกล้วยไม้ ดอกขจร เป็นต้น นอกจากนั้นยังสามารถนำมาทำเป็นเมนูเด็ดได้อีกหลากหลาย ทั้งซุปกุหลาบกับเต้าหู้ดำ เต้าหู้ขาว, ต้มกะทิสดดอกบัว, แกงจืดบุปผาสาคู, ต้มส้มดอกขิงแดง, ต้มข่าดอกกล้วยไม้, แกงจิ้นส้มกับดอกผักปลัง, แกงจืดพวงชมพู, แกงส้มพริกสดปลาช่อนกับดอกผักปลัง, แกงส้มดอกขจร ฯลฯ

6.ลวก นึ่ง…ทึ่งอีกเมนู วิธีนี้จะได้เมนูเด็ดที่ได้จากการทำดอกไม้ให้สุกและนิ่ม เช่น ดอกสะเดาลวก รับประทานเป็นเครื่องเคียงน้ำพริก, เต้าหู้ดำนึ่งดอกสายน้ำผึ้ง, ไข่ตุ๋นดอกเข็ม เป็นต้น

7.ผัดจนน่าทาน การผัดนี้เหมาะกับดอกไม้ที่มีกลีบหนาพอสมควร เพื่อไม่ให้อาหารเกิดการเละจากการใช้กระทะที่มีความร้อนสูง และผัดไปผัดมาอย่างรวดเร็ว โดยมีเมนูเด็ดจากการผัด เช่น ดอกกาหลงผัดกุ้ง เต้าหู้นิ่มผัดกุยช่ายขาวกับกุ้ง ผัดดอกกะหล่ำ ผัดดอกกุยช่าย เป็นต้น

8.ขนม ดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม สามารถนำมาผสมเข้ากับกะทิ น้ำตาล หรือแป้งได้ เพื่อให้เกิดเป็นขนมหวาน และมีเมนูเด็ดมากมายที่นำดอกไม้มาเป็นส่วนประกอบ เช่น เค้กดอกโสน มัฟฟินกุหลาบ ขนมดอกโสน เป็นต้น

9.เครื่องดื่ม ถ้าไม่อยากรับประทานดอกไม้เป็นชิ้นสามารถนำมาผ่านกรรมวิธีตากแห้ง แล้วนำมาต้มทำเป็นเครื่องดื่มดับกระหายได้ เช่น น้ำเก๊กฮวย, น้ำกระเจี๊ยบ, น้ำดอกเข็มแดง, น้ำดอกดาหลา, น้ำดอกอัญชัน, น้ำกุหลาบ หรือชาดอกไม้ต่างๆ เป็นต้น

เครดิต: ย่อจาก มติชนออนไลน์ 6 กุมภาพันธ์ 2555
ภาพ: ขอบคุณภาพจาก อินเตอร์เน็ต
*********** **************** **************

แบ่งปันความรู้ทั่วไป เพื่อความพอเพียง และสุขภาพที่ดี โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

ชีวอโรคยา อยากให้ทุกคนมีสุขภาพดีไม่พึ่งสารเคมี ไม่ต้องรอให้ป่วยไปเสียค่ารักษาพยาบาลแพงๆ

ติดตามข้อมูลข่าวสารการดูแลตัวเองวิถีธรรมชาติ ไม่พึ่งสารเคมีได้ที่ Facebook ชีวอโรคยา
www.facebook.com/pages/ชีวอโรคยา/135957369811772

ความรู้สปา มาใหม่